20 ธ.ค. 2552

ครบรอบหนึ่งปีที่่เข้าโรงพยาบาล

วันนี้เป็นวันที่ 20 ธันวาเมื่อปีที่แล้ววันนี้ผมต้องเข้าโรงบาล


อาการหนักมาก


เพราะกระดูกต้นคอเคลื่อน


ไปทับเส้นประสาททำให้


อ่อนแรงไปทั้งตัวเลย


ตอนนั้นเครียดและคิดมาก


คิดว่าอนาคตคงไม่มีแล้ว


สงสัยต้องนอนบนเตียงไปตลอดชีวิต


ในที่สุดก็เกิดสิ่งดีๆขึ้น


คือผมรอด


ตอนนี้ขอรำรึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

มันทำให้ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้น


เข้มแข็งขึ้น


ขอขอบคุณกาลเวลา


ตอนนี้ผมผ่านจุดนั้นมาได้


ผมโชคดีมากๆ

ขอให้กำลังใจกับทุกคนที่กำลังท้อแท้ใจอยู่


ชอให้ทุกท่านผ่านจุดนั้นไปให้ได้น่ะครับ 

ผมเป็นกำลังใจให้ครับ

เมื่อไปถึงวันแรกได้นอนถ่วงน้ำหนักไว้ 7 กิโลครับ


นอนถ่วงแบบนี้ไปอาทิตย์กว่าจากนั้นก็โดนแบบนี้



Photobucket

โดนเหล็กหนีบหัวไว้ครับแบบนี้เกือบเดือนอัันนี้ถ่วงไว้ 5 โลครับแต่ไม่ทรมาณน่ะ

 แบบแรกทรมาณกว่าครับ

 ภาพอาจจะดูโหดไปหน่อยน่ะ

แต่ขออธิบายก็มันเป็นเหล็กแหลมๆจากนั้นหมอก็จะฉีดยาชา

 เสร็จแล้วก็เหมือนขันน๊อตเลยครับทรมาณแปปเดียว

ความรู้สึกเหมือนหัวโดนบีบ 

ต้องนอนบนเตียงตลอดเลยเดือนกว่า

จากนั้นก็ได้เข้าไปผ่าตัดครับ

โดยเอากระดูกตรงสะโพกไปดามกระดูกต้นคอที่ทันเคลื่อน

 โดนหมดผ่าตรงท้านทอยเลย 

 จากนั้นก็เข้าไปผ่าตัดครับ

ฟื้นตัวเร็วมากทำกายภาพนานเหมือนกันกว่าจะเป็นปกติ

ตอนแรกท้อมากครับคุณแม่กับคนที่บ้านมาเยี่ยมตลอดเลย

บ้านผมอยู่เชียงรายน่ะต้องไปผ่าที่เชียงใหม่

เพราะปรึกษาหมอที่เชียงรายแล้ว

โรงพยาบาลเชียงรายอุปกรณ์เครื่องมือไม่พร้อม

เลยต้องไปเชียงใหม่

เคยท้อท้อมากจนร้องให้ออกมาเลย

ตอนไปนอนเจอผู้คนหลายหลายคน

แต่ละคนป่วยไม่เหมือนกัน

บางคนอาการหนักมากหนักกว่าเราอีก

เราก็ยังคิดได้

 มีคนอายุเท่าเดียวกับผมนี่แหละ

เค๊าเป็นเด็กแว้นครับ

ขับรถไปชนคราวนี้ขาหักแต่ว่าหมอไม่รู้

ว่าเส้นเลือดเขาขาดด้วย

เลยส่งตัวมาที่เชียงใหม่แต่สายไปแล้ว

เขาต้องโดนตัดขาทิ้ง

ซึ่งถ้าเป็นผมผมคงทำใจลำบากเกมือนกัน

แต่เขาดูเข้มแข็งน่ะ

 แม่ผมไปเฝ้าผมตลอดเลยที่โรงบาลจะไม่ได้เจอกันก็ตอนนอน

 เพราะที่โรงบาลไม่ให้ญาตินอนเฝ้า

 วันที่ผมผ่าตัดคุณแม่ก็ไปเฝ้าผมทั้งคืนเลย

 เพราะผมใส่ท่อช่วยหายใจเลยพูดไม่ได้

 แม่เลยเฝ้าทั้งคืนเลย

เมื่อผ่าแล้วก็ได้ใส่เสื้อเกราะแบบนี้ครับ



 


รูปนี้เอาเหล้กหนีบหัวออกแล้ว

เคยคิดกับแม่ว่าเอาออก

หัวลูกจะเป็นรูหรือเปล่าแต่ไม่น่ะมันไม่เป็นรูน่ะ 555+

แผลหายเร็วมากตอนนี้้เหลือร่องรอยเป็นจุดเล็กๆเท่านั้นเองครับ

ไม่คิดมากครั

Photobucket



Photobucket

  ใส่แล้วทรมาณตอนแรกกินข้าวลำบากครับ

 ลองคิดดูนอนบนเตียงเดือนกว่ากล้ามเนื้อหายไปหมดเลย

 น้ำหนักจาก 50 กว่าโลเหลือ

32 กิโลเองตอนชั่งน้ำหนักพยาบาลพนันกัน

ว่าน้ำหนักผมเหลือเท่าไหร่

มีคนทายถูกด้วยน่ะครับ

 ความรู้สุกเมื่อยืนครั้งแรกเหมือนโดนดึงลงพื้นเลยครับ

รู้สึกตัวเองหนักมากหนักโครตๆเลยๆ

แต่ก็ฝื้นตัวเร็ว

 จากแขนขาอ่อนแรงตอนนี้เกือบปกติแล้วครับ

 ใส่เสื่อเกราะไปเดือนกว่าเลยมาพักฟื้นที่บ้านครับ


ตอนนี้เกือบปกติละ

ลำบากตอนจะลุกจะนั่งครับ

ยังไงใครที่ท้ออยู่ขอให้มีกำลังใจมากๆน่ะครับ


ผมเองเป็นกำลังใจให้คุณทุกท่่านครับ

 

edit @ 20 Dec 2009 19:23:05 by ( kittiphum ) KotzZ

edit @ 20 Dec 2009 19:30:49 by ( kittiphum ) KotzZ

edit @ 4 Jun 2011 19:12:38 by ( kittiphum ) KotzZ

2 ความคิดเห็น:

  1. คุณเป็นคนที่โชคดี และเข้มแข็งมาก และที่สำคัญครอบครัวคุณดีเป็นกำลังใจให้ตลอดไม่ห่างหายไปไหนเลย ขอเป็นกำลังใจให้ต่อสู้กับโรคที่เป็นอย่างเข้มแข็งและคิดเสมอว่า มันต้องผ่านไปให้ได้ค่ะแม้บางอย่างอาจต้องใช้เวลาบ้าง นั่นถือเป็นเรื่องท้าทายและเมื่อเราผ่านพ้นมันไปได้นั่นหมายถึง เราแข็งแกร่งและมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

    ตอบลบ