เรื่องราวต่อจากนี้


หลังจากที่อัพบล็อกไปว่าเราเองน้นได้ตัดสินใจท่จะผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก เรื่องราวมันก็ผ่านมา เกือบ 2 เดือนแล้ว เราตัดสินในที่จะผ่าหมดก็ได้นัดมาเพื่อที่จะผ่า เมื่อเดือน มิถุนายนที่ผ่านมาโดยที่หมดนัดไปนอน รพ ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2558

วันที่ 17 มิถุนายน 2558
วันนี้ออกจากบ้านไปถึง รพ ประมาณ เวลา 9 โมงเกือย 10 โมง เพื่อไปทำการแจ้งพยาบาลและเขาจะจัดการส่งตัวเราเข้าไปนอน เพื่อรอผ่าตัด แล้วก็เวลาเที่ยงกว่าๆเราก็ได้มานอนห้องรวมไปก่อนเพราะห้องพิเศษ ต้องใช้เวลาในการจองนิดนึง

วันที่ 18 มิถุนายน 2558
วันนี้ได้ห้องพิเศษ ช่วงเย็นๆหมอเจ้าของไข้ก็แวะเข้ามาบอกว่าเตรียมตัวไว้เลยนะจะผ่าพรุ่งนี้แล้ว ได้คิวแรกเลย หมอเตรียมเครื่องมือไว้ 11 ถาดสั่งตรงมาจาก กทม เลยทีเดียว จากนั้นพยาบาลก็มาแจ้งเย็นๆอีกรอบว่า ต้องตื่นมาเตียมตัวให้เสร็จก่อน 6.30 ของวันที่ 19 มิถุนายน โดยเย็นวันนี้ วันที่ 18 ต้องลงน้ำยาฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นชาลงไปและตอนเช้าก็ต้องลงน้ำยาอีกทีด้วยเพื่อความสะอาด

วันที่ 19 มิถุนายน 2558
ผมตื่นตั้งแต่ตี 5 ลงน้ำยาฆ่าเชื้อ ณ ตอนนั้นคิดไว้ว่าถ้าไม่พร้อมก็คงต้องพร้อมแล้วหล่ะนะ หลังจากจัดการทำความสะอาดเสร็จ พยาบาลก็มาใส่สายปัสสาวะให้ มันทรมาณจริงๆ จากนั้นเวลาจำไม่ได้แล้ว พนักงานเปลก็มาเข็นเราออกจากห้องไปที่ห้องผ่าตัด ตอนนั้นความรู้สึกคือมันประหม่ามากๆ แล้วก็คิดว่าต้องผ่านไปให้ได้นะ ตอนนั้นพ่อกับแม่ เดินมาส่งเราถึงหน้าห้องผ่าตัด คุณหมอ หรือ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่นี่แหละมาใส่หมวกผ่าตัดให้เรา แล้วย้ายตัวเราไปที่เตียงเข็นอีกเตียง แล้วพ่อก็เข้ามาลุบหัว แล้วก็จุบหน้าผากเรา เสร็จแม่ก็มาจูบหน้าผากเราเหมือนกันบอกเราว่าสุ้ๆนะลูก ในใจตอนนั้นก็ คิดอะไรไม่ออกเนอะ ก็คงต้องสู้แล้วหล่ะ แล้วมันจะผ่านไปได้ จากนั้นเขาก็เข็นเราเข้าไปยังห้องผ่าตัด ในนั้นเย็นมากๆทำเรานี่ไอ ระคายคอไปเลย



ในห้องผ่าตัดกว้างมากและเครื่องมือนี่เต็มไปหมด รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่นั้นเยอะมากหลายคน เนื่องจากคอเราผิดรูป การใส่สายท่อช่วยหายใจนั้นลำบากและทรมาณมากๆใส่ตรงจมูก ถอดเข้าๆออกๆหลายรอบ จนในที่สุดเราหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รุ้ ตื่นมาอีกทีก็ อยู่ที่ห้องรวม เรารู้สึกลมหายใจเราร้อนมากมันอึดอัด ขยับอะไรลำบากมาก พุดอะไรก็ไม่ได้เลย เราต้องทนอยู่กับท่อช่วยหายใจ 24 ฃั่วโมง

วันที่ 20 มิถุนายน 2558
เวลาช่วง 11 โมงกว่าพยาบาลได้ถอดท่อฃ่วยหายใจออก แต่เรายังใส่สายออกซิเจนที่จมูกอยู่เรารู้สึกโล่งมากๆ และก็ดีใจมากๆ แต่เราก็กลับมาคิดนะว่าถ้าเราถอดออกตอนหลังผ่าตัดเราคงตายไปแล้ว ความรู้สึกหลังผ่าตัดคือเราควบคุมการหายใจตัวเองไม่ได้เหมือนตัวเองจะไม่หายใจแต่เครื่องมันหายใจแทนเรา หลังจากถอดเครื่องช่วยหายใจ สติเราดีขึ้นการหายใจกลับมาแทบจะปกติ แล้วก็หิวมากๆ อยากกินนั่นกินนี่ไปหมด

วันที่ 21 มิถุนายน 2558
ช่วงสายๆ 9 โมงกว่าพยาบาลมาถอดสายออกซิเจนออก และสายฉี่ สายระบายเลือดออก ตอนนี้ที่ตัวเรามีแต่สายน้ำเกลืออย่างเดียว อาหารก็ทานข้าวต้มต่อไป หมอก็แวะมาเยี่ยมอาการในช่วงเย็นๆ แม่เราดุแผลแล้วก็เย็บประมาณ 12 เช็ม พอแผลดีหมอบอกว่าจะส่งไปกายภาพ



วันที่ 22 มิถุนายน 2558
พยาบาลมาทำความสะอาดแผลฃ่วงเช้า แล้วก็ช่วงสายๆได้ไปทำกายภาพที่ห้องกายภาพ เรารุ้สึกขานี่ยังควบคุมไม่ได้ เหมือนมันโหวงๆแปลกๆ แต่รู้สึกเลยว่าหลังผ่าการนั่นของ้เรานั่งเต็มก้นมากขึ้นการลุกจากเตียงนั้นง่ายมากๆ ช่วงๆเย็นๆเพื่อนๆก็แวะมาเยี่ยม

วันที่ 23 - 24 มิถุนายน 2558
ยังนอนรักษาตัวที่ รพ อยุ่โดยที่ช่วงเช้าชองแต่ละวัน ต้องไปเดินที่ห้องกายภาพ และหลังจากนั้นก็ได้เอ็กเรยดูกระดูกหลังผ่าตัด


วันที่ 25 มิถุนายน 2558
วันนี้ก็เหมือนเดิม แต่เราเริ่มอยากกลับบ้านแล้ว พยาบาลบอกว่าแผลดีมากๆไไม่ติดเชื้อ วันนี้ช่วงเย็นๆหมอแวะเข้ามาพ่อดีเราได้เดินให้หมอดู หมอก็ว่าโอเคนะ อยากกลับบ้านยัง กลับบ้านได้แล้วนะ แต่ตอนนั้นมันเย็นมากๆ พยาบาลก็บอกว่าทำเรื่องเรื่องออกเย็นนี้ก็ได้นะ แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อเดินเรื่องเราก็ว่าโอเค 3 ชั่วโมงก็ 3 ชั่วโมง อยากออกแล้ว ไม่อยากออกพรุ่งนี้ ในที่สุด 18.30 ก็ถึงบ้านพอดี

สรุปแล้ว การผ่าตัดครั้งนี้เสียค่าใช้จ่าย 38,340 บาท + ค่าส่วนเกินอีก 9,780 บาท โดยเราจ่ายเฉพาะค่า ส่วนเกินแค่นั้นโดยค่าส่วนเกินนั่นคือค่าห้องพิเศษนั่นเอง แต่ค่าข้อเทียมนั้นเราไม่รู้ว่ากี่บาท ดั้งนั้นสรุปแล้วครั้งนี้เราเสียเงินค่าใช้จ่ายไป 9,780 บาท

หลังจากผ่า ?
หลังจากผ่าแล้วนั้น เราเองยังต้องใช้ไม้อยุ่เนื่องจากขานั้นมันยึดติดผิดรูปมา 5 ปีแล้ว โดยมันติดในท่าขาแบะออกด้านช้าง เราเลยต้องพยายามยามหุบๆขา และการเหยียดตรงของข้อเข่านั้น เหมือนจะเหยียดได้ไม่สุด แต่หลังผ่าแล้วนั้น เราลุกนั่งเองคล่องตัวขึ้น ลุกจากเตียงได้เองง่ายขึ้น นอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวา นอนหงาย ได้สบายขึ้นกว่าเดิม ต่างจากเมื่อก่อนอย่างมาก เราเดินบ่อยกว่าเมื่อก่อน เราว่ามันต้องใช้เวลา บางทีช่วงนี้มันก็ท้อๆเพราะชามันไม่ตรงสักทีไหนๆก็ขนาดนี้แล้ว จะท้อก็เนอะกระไรอยุ่ คงจะไม่นอมแพ้หรอก

ชอบคุณครอบครัว ขอบคุณเพื่อนๆอย่างมากๆ ขอบคุณพี่ๆในกลุ่มไทยเอเอสครับที่ถอยถามไถ่อาการผม บางทีผมก็ไม่ได้เข้าไปตอบ ก็ขออภัยด้วยนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.