25 พ.ย. 2556

คนไม่น่าสงสาร ขอแค่เข้าใจ



ตั้งแต่ผมเริ่มป่วยเป็นเอเอส นับย้อนหลังไปเลยคือช่วงตั้งแต่ผมเรียนชั้น ม1 ผมถูกมองเป็นตัวประหลาดมาโดยตลอด ผมปวดข้อจนเรียนวิชาพละไม่ได้ ม1 ได้เรียนวิชาวิ่ง ผมไม่สามารถเรียนได้เพราะผมปวดมาก แต่ดีที่ครูพละเข้าใจ

พอชั้น ม3 หลังผมเริ่มงอมาก เดินไปไหนมาไหนในโรงเรียน มีแต่คนมอง ไปไหนครูก็ถาม ใครก็มอง แต่ผมมีเพื่อนที่เข้าใจ และคอยช่วยเหลือผมแบกกระเป๋านักเรียน

ผมน้อยใจนะแรกๆทำไมต้องมองเราแบบนี้เขาไม่เข้าใจเราเลยหรือยังไงนะ สุดท้ายก็ทนๆไป ผมมีครอบครัวที่ดี ให้กำลังใจกันมาตลอด ขอแค่คนที่เรารักเข้าใจก็เพียงพอแล้ว จากประสบการณ์ที่ผมเคยคุยกับผู้ป่วยที่เป็นเอเอส แรกๆก็เครียดกันทุกคนครับ แต่คุณต้องผ่านไปให้ได้นะ ถ้าผ่านได้ คุณจะเข้มแข็งขึ้น อย่างแรกเลย ก่อนที่จะให้ใครมาเข้าใจคุณ คุณต้องเข้าใจตัวเองก่อนนะ เราแค่ป่วยเท่านั้น แค่เราไม่สะดวก อย่าให้คำพูดของบางคนมาบั่นทอนจิตใจเรา เราไม่อาจทำให้คนทั้งโลกมาเข้าใจ ตัวเรา แต่แค่ขอให้คนที่เรารัก คนที่แคร์เรา คนที่เราแคร์ เข้าใจเราแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

เมื่อก่อนผมเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านจะออกไปไหนไม่เคยไป จะออกไปก็แค่ บ้านกับโรงพยาบาลเม่านั้นครับ ยอมรับว่า อิจฉาเพื่อนมาก เพราะเขาได้ออกไปโลกภายนอกได้สัมผัสชีวิตมหาวิทยาลัย ได้ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไปเขาใช้กัน

เคยมีหลายคน มาพูดกับผม แบบแซวๆบ้างพูดติดตลกบ้าง แบบนี้มีแฟนจะทำยังไง มีแฟนหรือยัง ไม่รู้สิครับผมไม่โหยหาเลยนะ ผมแค่มีเพื่อนรัก มีครอบครัว แค่นี้รู้สึกว่าผมไม่เคยขาดความรักเลยครับ ผมว่าความรักมีหลายแบบ ไม่มีใครรักเรา ก็รักตัวเองไปก่อน

ตอนนี้ผมอายุมากขึ้นแล้ว ได้เจอได้คุยกับใครหลายๆคน คนเหล่านั้น เจอเราพบเรา ตัวอย่าง ไป โรงพยาบาล ระหว่างรอหมอครวจมีคุณป้าคนนึงมาทักคุณแม่ผมว่า ลูกเป็นอะไรหรอ แม่ผมก็อธิบายไป ผมได้ยินมาว่า "น่าสงสารจัง" น้ำเสียงเหมือนสมเพชเวทนาผมเหลือเกิน "ไม่น่าเลย" "น่าตาก็ดีนะน่าสงสาร" ผมเจอหลายคำมากครับ "มันคงเป็นเวรกรรม เราต้องอดทนใช้เวรกกรมนะ" มีคุณป้าคนนึงเคยพูดกับผม ผมก็ได้แต่ยิ้มไป ตอบไปครับๆ

ผมไม่เคยโทษเวรโทษกรรมเลยนะครับ ผมอยู่กับปัจจุบัน ผมยอมรับตัวเอง รู้จักตัวเองดีแล้ว ผมเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ และไม่คิดจะโทษใคร หรือโทษตัวเอง

เมื่อ พฤศจิกาปีก่อน ผมทำบัตรประจำตัวคนพิการ เพื่อผมจะได้เข้าไปตรวจที่ กรุงเทพ แรกเลยผมน้อยใจตัวเอง ผมไม่ยอมรับตัวเอง มีคำพูดของ แม่แก้วพูดไว้ว่า เราต้องขอบคุณไอ้บัตรนี้นะ มันให้โอกาสเรา ก็ดีไม่ใช่หรอ ผมไปกรุงเทพ มีพี่ที่ แผนก สังคม ของ โรงพยาบาลเด็กมหาราชินีให้หนังสือผมมา ท้ายหนังสือ เขียนไว้ว่า "ความพิการไม่ใช่ไม่สบาย แค่เป็นความไม่สะดวก" จากนั้นผมเปลี่ยนมุมมองในชีวิตผมไปเยอะเลย

จริงๆ ผู้ป่วย ไม่ว่าด้วยโรคอะไรก็ตาม หรือคนพิการ คำว่า "น่าสงสาร" บางทีเราไม่ได้อยากได้ยินหรอก เราไม่ต้องการ เราขอแค่ คุณเข้าใจเรา ว่าเราป่วยนะ เราพิการนะ "เราก็คนแบบคุณนั่นแหละ" ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ผมขอบอกจากใจเลยว่า คนป่วย หรือ คนพิการ นั้น ไม่ต้องการหรอกครับ คำว่า "น่าสงสาร" หรือคำอื่นๆ ที่บางทีคุณพูดออกไป โดยไม่รู้บ้าง บางทีมั่นบั่นทอนจิตใจเรานะ บางครั้งคำพูดของคน อาจทำให้ใครบางคนหมดกำลังไปเลยก็ได้เราไม่ได้แกลังป่วยนะ เราไม่ได้สำออย หรือแกล้งแสร้งทำอะไร สิ่งที่ เราอยากได้ยินคือ กำลังใจ และขอให้เข้าใจ ก็เท่านั้นเอง

0 ความคิดเห็น: